Antioxidants What You Need to Know
สารต้านอนุมูลอิสระกับระบบภูมิคุ้มกัน
“สารต้านอนุมูลอิสระ” หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำนี้กันมาบ้าง โดยเฉพาะสายคลีน สายออกกำลังกายจะรู้ดี หรือภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Antioxidant (แอนตี้ หรือ แอนไท ออกซิแดนท์) ความดีงามของสารต้านอนุมูลอิสระมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่เรารู้จักกันชัดๆ คือ คุณสมบัติที่ช่วยบำรุงผิวให้เต่งตึง เปล่งปลั่งสุขภาพดี และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ด้วยนั่นเอง โดย สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เป็นสารประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติแล้วในกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายจะสร้างของเสียออกมา ซึ่งของเสียหนึ่งในนั้นก็คือ สารอนุมูลอิสระ (Free radicals) สารนี้จะสร้างความเสียหายภายในร่างกายและทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ภาวะการอักเสบที่สูงอย่างต่อเนื่องนี้จะเป็นสาเหตุของภาวะอื่น ๆ ตามมาในผู้สูงอายุ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และมะเร็งชนิดต่าง ๆ เป็นต้น สารอนุมูลอิสระในร่างกายที่ได้รับมา อาจมาจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น อายุที่มากขึ้น ความเครียด การนอนหลับไม่พอ มลพิษ ควันบุหรี่ แอลกอฮอล์ และอาหารแปรรูป ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ จากวิตามินและแร่ธาตุให้เพียงพอต่อการจับกับอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยให้การทำงานของร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร? มาทำความรู้จักกับสารต้านอนุมูลอิสระ
1. วิตามินซี (Vitamin C)
มีความสามารถสูงและความไวในการปกป้องร่างกาย จากการทำลายของสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในระหว่างการเผาผลาญของเซลล์ปกติ และจากการได้รับสารพิษหรือมลพิษ แต่หากร่างกายเกิดการติดเชื้อและมีความเครียด ปริมาณวิตามินซีในเลือดจะลดลงนอกจากนี้ยังผลิตและเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมด้วย ทั้งยังช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรคปอด และปอดอักเสบ
2. วิตามินอี (Vitamin E)
เป็นสารอาหารต้านอนุมูลอิสระละลายในไขมันที่สำคัญสำหรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งพบได้ในเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งร่างกาย รวมถึงเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันที่อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และช่วยเพิ่มการทำงานให้กับภูมิคุ้มกัน การทำงานร่วมกันของสารอาหารต้านอนุมูลอิสระ ยังช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated fatty acids) ต่อการทำงานในระบบภูมิคุ้มกัน
3. กรดแอลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid)
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ และยังสามารถพบได้ในอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กรดแอลฟาไลโปอิกช่วยควบคุมและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยจะไปยับยั้งเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ก่อให้เกิดการอักเสบ รวมถึงยับยั้งการผลิตโปรตีนที่ส่งผลต่อการอักเสบ (Cytokine protein TNF-α) และยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ และจากอาหาร เช่น กลูต้าไธโอน, โคเอ็นไซม์คิวเท็น, และวิตามินซี เป็นต้น ซึ่งการทำงานเหล่านี้ จะช่วยรักษาหรือฟื้นฟูความผิดปกติในระบบภูมิคุ้มกันที่อาจนำไปสู่ภาวะการอักเสบเรื้อรัง ก่อให้เกิดโรค เช่น โรคอ้วนและโรคเบาหวาน
4. แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)
มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบที่สูงสุด ด้วยพลังการต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าวิตามินอี 550 เท่าและสูงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า นอกจากนี้แอสตาแซนธินยังช่วยส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดได้รับมาภายหลัง ทั้งยังช่วยเพิ่มการผลิตไซโตไคน์และแอนติบอดี้ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีแอสตาแซนธิน หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจไม่เพียงช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายโดยรวมอีกด้วย
ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหาร เราควรคำนึงถึงระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ปกป้องเราจากไข้หวัดหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ยังเป็นพื้นฐานสำหรับเราในการต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ด้วย สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ เช่น วิตามินซี วิตามินอี กรดแอลฟาไลโปอิก และแอสตาแซนธิน จึงอาจเป็นอาวุธลับที่ช่วยให้เราฟื้นฟูหรือรักษาสุขภาพ และระบบภูมิคุ้มกันของเรา แล้วอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงๆ มันอยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง เราไปดูกันเลย

อาหารบำรุงผิว-ต้านมะเร็ง มี “สารต้านอนุมูลอิสระ” สูง
-
กลุ่มผัก และผลไม้รสเปรี้ยว
ได้แก่ ส้ม มะนาว ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ กีวี มะเขือเทศ และอื่นๆ เนื่องจากผัก และผลไม้กลุ่มนี้มีวิตามินซีสูง นอกจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงด้วยแล้ว ยังป้องกันหวัดได้อีกด้วย
Tips : วิตามินซีถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน ดังนั้นผักผลไม้เหล่านี้จึงควรทานสด หรือปรุงความผ่านความร้อนให้น้อยที่สุด (มะเขือเทศทานได้ดีทั้งสด และสุก)
-
กลุ่มผัก ผลไม้สีเหลือง/ส้ม
ผักผลไม้กลุ่มนี้จะมี “เบตาแคโรทีน” สูง ซึ่งนั่นก็หมายถึง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงด้วยเช่นกัน อะไรสีเหลืองๆ ส้มๆ เป็นใช้ได้หมด ตั้งแต่แครอท มะละกอสุก มะม่วงสุก มะเขือเทศ (สีแดงส้มก็ได้) มะปรางหวาน มะยงชิด สัปปะรด แตงโม ส้ม ลูกพลับ ฯลฯ
Tips : เบต้าแคโรทีนมีทั้งแบบละลายน้ำ และละลายในน้ำมัน ดังนั้นควรทานอาหารที่ใช้น้ำมันพืช หรือน้ำมันมะกอกร่วมด้วย
-
กลุ่มอาหารที่มีวิตามินเอ
ได้แก่ ปลา ตับ และไข่แดง นอกจากป้องกันการเกิดโรคมะเร็งแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวหนัง สายตา กระดูก และเสริมภูมิต้านทานโรคอีกด้วย
-
กลุ่มอาหารที่มีไลโคปีน
นอกจากเบต้าแคโรทีนแล้ว ยังมีผักผลไม้สีส้มชมพู ที่มีไลโคปีนสูง เช่น มะเขือเทศ แตงโม มะละกอ ฝรั่งขี้นก เกรปฟรุตสีชมพู ฯลฯ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอีกด้วย
ถ้าจะให้ดี ทานอาหารเหล่านี้แล้ว อย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับรองว่าสุขภาพดี ผิวพรรณสดใส และห่างไกลโรคมะเร็งกันได้แน่นอน
อ้างอิง : อาหารบำรุงผิว-ต้านมะเร็ง มี “สารต้านอนุมูลอิสระ” สูง , Jurairat N. , Website : Sanook