Share
ให้คุณกลับไปใช้ชีวิต ที่ดีกว่าเดิม "วัฒนแพทย์"

"เพราะทุกนาทีของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และภาวะวิกฤตเฉียบพลันคือชีวิตศูนย์โรคหลอดเลือดสมองและศูนย์อุบัติเหตุ โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพทีมแพทย์เฉพาะทาง นวัตกรรมการรักษา  และระบบการส่งต่ออัจฉริยะ (Fast-Track) ตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อตอกย้ำแคมเปญแห่งความมุ่งมั่น 'Proven Excellence ความเป็นเลิศที่พิสูจน์ได้' เรามีความภาคภูมิใจในการเปิดเผยสถิติและผลลัพธ์ทางการรักษาทางคลินิก (Clinical Outcomes) ประจำปี 2567 - 2568  ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานสูงสุดและเหนือกว่าดัชนีชี้วัดระดับสากล เพื่อให้ผู้รับบริการในพื้นที่จังหวัดตรังและภาคใต้ตอนล่าง มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยในทุกวินาทีวิกฤต พร้อมรองรับสิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) เพื่อการเข้าถึงการรักษาอย่างไร้รอยต่อ"

สถิติผลลัพธ์การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ปี 2567-2568

ผลลัพธ์การรักษาที่พิสูจน์ได้ เหนือกว่ามาตรฐานสากล

เพราะโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นเรื่องของความเร็วและความแม่นยำ นี่คือสถิติความสำเร็จทางการรักษาของศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง ประจำปี 2567 - 2568 :

 988 ราย

สถิติผู้ป่วย รายปี 2567-2568 (OPD/IPD)

 933 ราย

เป็นผู้ป่วยกลุ่มโรค Stroke Acute Ischemic (AIS)

 55 ราย

เป็นผู้ป่วยกลุ่มโรค Stroke Hemorrhagic Stroke

ปริมาณผู้ป่วยรวม: ให้บริการทั้งหมด 988 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่ม Stroke Acute Ischemic (AIS) ภาวะหลอดเลือดสมองที่เกิดจากเส้นเลือดภายในสมองแตกหรือรั่ว 933 ราย และผู้ป่วยกลุ่มโรค Stroke Hemorrhagic Stroke โรคหลอดเลือดสมองแตก 55 ราย

  • 100% อัตราการได้รับยาละลายลิ่มเลือดทันเวลา : ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลันทุกราย ตั้งแต่ปี 2567-2568 ได้รับยาสลายลิ่มเลือดภายใน 60 นาที (Door-to-Needle) นับตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล 

  • 85% - 87% ความสำเร็จในการผ่าตัดลากลิ่มเลือด : อัตราการเปิดหลอดเลือดสมองสำเร็จด้วยวิธีใส่สายสวนลากลิ่มเลือด (Mechanical Thrombectomy) ของเรา สูงกว่ามาตรฐานสากลของ AHA (75%) *  81% กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ : ผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยวิธีลากลิ่มเลือด สามารถฟื้นตัวและกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้เอง สูงกว่าเกณฑ์สากลของ AHA (78%) และการศึกษา ESCAPE ทั่วโลก (53%)

  • 0% อัตราการเสียชีวิต: ด้วยความพร้อมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลของเราไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันเลย ณ โรงพยาบาล (0% Mortality Rate)+

ความรวดเร็วในการรักษา (Stroke Fast Track)

  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด  สามารถได้รับยาสลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ ภายใน 60 นาที ถึง 100% 

0

ไม่พบการเสียชีวิตจากการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

0

ไม่พบผู้ป่วยกลับเข้ามาโรงพยาบาลซ้ำ ภายใน 28 วัน

86.88%

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถกลับมาใช้วิตได้ปกติ

 


เส้นเลือดในสมองตีบ แต่กำลังใจเต็มเปี่ยม | Success Case Story

 

ความประทับใจจาก คุณอนุชิต ใจกระจ่าง ผู้รับบริการรักษาตัวโรคเส้นเลือดในสมองตีบ

ทั้งครอบครัวของเราก็คือไว้ใจทางวัฒนแพทย์มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงจะต้องผ่ากะโหลกศีรษะออกแต่เราก็มั่นใจในตัวคุณหมอ เราก็เลยตัดสินใจที่จะผ่า "จากวันแรกที่เดินไม่ได้ จนตอนนี้เป็นเวลา 1 เดือน ก็กลับมาเดินได้อีกครั้งนึง รู้สึกประทับใจมาก ในการดูแลอย่างใกล้ชิด สนิทกันเหมือนญาติ ประทับใจคุณหมอทุกๆคนที่ได้ทำการรักษาผมในครั้งนี้ "

"ติดเตียงกว่า 2 ปี... ก็กลับมาเดินได้อีกครั้ง"

ความประทับใจจาก คุณจารุนันท์ ไตรภพ (คุณรุ้ง) ผู้รับบริการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด

"ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษาและฟื้นฟูอย่างถูกวิธี... จากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เคยต้องนอนติดเตียงมานานกว่า 2 ปี วันนี้ด้วยความใส่ใจอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง ที่ร่วมกันวางแผนฟื้นฟูร่างกายอย่างเป็นระบบ ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้คนไข้อัมพฤกษ์กลับมาลุกยืน ก้าวเดิน และกลับไปใช้ชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อีกครั้ง"


ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง และศูนย์อุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง มุ่งมั่นส่งมอบการดูแลทางการแพทย์ในระดับมาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด 'Proven Excellence ความเป็นเลิศที่พิสูจน์ได้' ด้วยความพร้อมของทีมแพทย์เฉพาะทางและนวัตกรรมการรักษาขั้นสูงตลอด 24 ชั่วโมง

เรามุ่งเน้นการรักษาที่รวดเร็วเพื่อเซฟชีวิตและสมองของผู้ป่วย ส่งผลให้มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 100% พร้อมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่องจนอัตราการกลับเข้ารักษาซ้ำลดลงเป็น 0% เหนือกว่าเกณฑ์เฉลิมสากลอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังรองรับสิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) รักษาฟรี 72 ชั่วโมงแรก เพื่อมอบความอุ่นใจและยกระดับความปลอดภัยในชีวิตให้แก่ชาวจังหวัดตรังและภูมิภาคภาคใต้ตอนล่างในทุกนาทีวิกฤต