Share

ถ้าคุณมีอาการปวดท้องจุดเดิมบ่อยๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกได้ว่ามีความผิดปกติบางอย่างของอวัยวะในช่องท้อง

ดังนั้น ต้องหมั่นสังเกตตำแหน่งที่มักปวดท้อง เพราะจะช่วยให้ทราบเบื้องต้นว่า เราเสี่ยงโรคใดบ้าง? กับ 9 ตำแหน่งปวดท้อง บ่งบอกโรคได้!
 

  • 1.ปวดใต้ลิ้นปี่ : กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ

มักมีอาการปวดเวลาหิวหรืออิ่ม อาจเป็นโรคกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ ปวดรุนแรง และคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ – รู้ทันอาการ และการรักษาอย่างถูกวิธี

  • 2.ปวดชายโครงซ้าย : ม้าม ตับอ่อน

อาการปวดบริเวณนี้ อาจเป็นเพราะม้ามแตก กรวยไตซ้ายอักเสบ หรือนิ่วในไตซ้าย

  • 3.ปวดชายโครงขวา : ตับ ถุงน้ำดี

หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง อาจเป็นโรคตับอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี

  • 4.ปวดรอบสะดือ : ลำไส้เล็ก

ปวดแบบมีลมในท้อง เป็นอาการท้องเดิน แต่หากปวดรุนแรงทนไม่ได้ อาจเป็นอาการลำไส้อักเสบ หรือไส้ติ่งอักเสบ

เช็กอาการ “ท้องเสียง่าย” หรือ ลำไส้อักเสบเรื้อรัง กันแน่

  • 5.ปวดปั้นเอวขวาและซ้าย : ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ ปวดเอวด้านหลัง 

รวมถึงมีอาการร่วมคือ รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ มีไข้ หากเคาะเบาๆ ตรงส่วนเอวด้านหลังก็ทำให้เจ็บมากได้

  • 6.ปวดเหนือหัวหน่าว : กระเพาะปัสสาวะ มดลูก

ปวดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย อาจเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ปวดเกร็งช่วงมีรอบเดือน ปวดเรื้อรัง หรือคลำพบก้อน ควรพบแพทย์เฉพาะทาง อาจเป็นอาการของมดลูกอักเสบ หรือเนื้องอกมดลูก

  • 7.ปวดท้องน้อยซ้าย : ท่อไต ปีกมดลูกด้านซ้าย

ปวดเกร็ง และร้าวมาที่ต้นขา อาจเป็นนิ่วในท่อไต หรืออาการปวดมีไข้ร่วมด้วย หนาวสั่น มีตกขาว อาจเป็นปีกมดลูกอักเสบ

  • 8.ปวดท้องน้อยขวา : ไส้ติ่ง ท่อไต ปีกมดลูกด้านขวา

หากปวดเกร็งเป็นระยะ ๆ แล้วร้าวมาที่ต้นขา หมายถึงกรวยไตมีความผิดปกติ ปวดเสียด ๆ กดแล้วเจ็บ อาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ หรืออาการปวดมีไข้ร่วมด้วยอาจเป็นปีกมดลูกอักเสบ หรือหากคลำแล้วเจอก้อนเนื้อ เบื้องต้นอาจเป็นก้อนไส้ติ่งหรือรังไข่ผิดปกติ

ไส้ติ่งอักเสบ! ใครก็เป็นได้ อาจทำให้มีอันตรายถึงชีวิต

หากท่านใดมีอาการปวดท้องตรงจุดเดิมอยู่บ่อยครั้ง ควรเข้าได้รับการตรวจวินิจฉัย เพราะอาจจะเป็นโรคที่อันตรายมากกว่าที่คุณคิด