
"ตกขาว" เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ แต่ทราบหรือไม่ว่า... ลักษณะของตกขาวสามารถบอกสัญญาณอันตรายของโรคร้ายอย่าง "มะเร็งปากมดลูก" ได้ หากเราหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย อาจช่วยรักษาชีวิตเราได้ทันเวลาค่ะ
โดยทั่วไป ตกขาวที่ปกติจะมีลักษณะดังนี้:
สี: ขาวใส หรือขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก
กลิ่น: ไม่มีกลิ่นเหม็นคาว หรือกลิ่นรุนแรง
อาการ: ไม่คัน ไม่ระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ
ช่วงเวลา: มักมามากในช่วงกึ่งกลางรอบเดือน (ช่วงไข่ตก) หรือก่อนมีประจำเดือน
หากตกขาวเริ่มมีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจภายในทันที:
ตกขาวปนเลือด : มีเลือดปนออกมาทั้งที่ไม่อยู่ในช่วงประจำเดือน หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
ตกขาวสีคล้ำ/น้ำตาล : มักเกิดจากเลือดเก่าๆ ที่ค้างอยู่ภายในปนออกมา
ตกขาวมีกลิ่นเหม็นเน่า : กลิ่นรุนแรงผิดปกติ (ต่างจากกลิ่นคาวปลาของการติดเชื้อทั่วไป)
ลักษณะเป็นน้ำใสๆ : ไหลออกมาปริมาณมาก หรือมีหนองปน
อาการร่วม : ปวดท้องน้อยเรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

เมื่อเซลล์บริเวณปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะเปราะบางและอักเสบได้ง่าย ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ หรือหากก้อนมะเร็งโตขึ้นจนมีการตายของเนื้อเยื่อ (Necrosis) ก็จะทำให้เกิดตกขาวที่มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงและมีหนองปนนั่นเองค่ะ
แม้การสังเกตตกขาวจะเป็นเรื่องดี แต่ "มะเร็งปากมดลูกในระยะแรก มักไม่มีอาการ" ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ:
ฉีดวัคซีน HPV: ป้องกันไวรัสสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Test / HPV DNA): อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่แพทย์แนะนำ
ผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก โดยมีปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงมากมาย ทั้งอายุ พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การป้องกันที่ดีคือหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกาย หากพบสัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
